คำถามที่พบบ่อย
Cord Blood FAQs
- สเต็มเซลล์คืออะไร
- สเต็มเซลล์คือ เซลล์ต้นกำเนิดที่ยังไม่มีหน้าที่จำเพาะ จะต้องรอการกระตุ้นและสั่งการของระบบร่างกายในการเป็นเซลล์ที่จำเพาะต่างๆ ดังนั้นมันจึงสามารถเปลี่ยนเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะต่างๆ ไดในร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น เซลล์กล้ามเอของหัวใจ เซลล์กระดูก หรือ เซลล์ประสาท. มีการวิจัยรายงานว่า ในวันหนึ่งสเต็มเซลล์ จะมีความสามารถในรักษา ฟื้นฟู ร่างกายที่ผิดปกติ และ บกพร่องได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเรียก สเต็มเซลล์ว่า ‘super repair kit’
- เลือดจากสายสะดือคืออะไร?
- เลือดจากสายสะดือ คือ เลือดที่อยู่ใน สายสะดือ และ รก. ก่อนจะมีการค้นพบประโยชน์ของเลือดจากสายสะดือ และ รก. เลือดเหล่านี้จะถูกกำจัดเป็นขยะทางชีวภาพหลังจากที่คลอดบุตร เนื่องด้วยเรายังไม่ทราบประโยชน์ของอันมีค่าของเลือดจากสายสะดือนี้. ในปี 1988 วารสารทางการแพทย์ฉบับแรก ได้มีการตีพิมพ์เกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของมนุษย์. จนถึงปัจจุบัน มีคนไข้มากกว่า 8,000 คน ที่ได้รับการรักษาในโรคต่างๆ ด้วยเลือดจากสายสะดือ
- อะไรคือประโยชน์ของเลือดจากสายสะดือ
- เลือดจากสายสะดือซึ่งเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยเซลล์ต้นกำเนิด คือเลือดที่อยู่ทั้งในสายสะดือและรก ปัจจุบันนี้เซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดสายสะดือสามารถนำไปใช้รักษาโรคต่างๆ ได้มากกว่า 80 โรค ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็ง โรคต่างๆ ที่เกี่ยวกับเลือด โรคเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันและการเผาผลาญอาหารบกพร่อง ดังนั้น จึงเป็นการสร้างความมั่นใจที่จะเก็บรักษาเลือดจากรกและจากสายสะดือไว้เพื่อลูกน้อยและครอบครัวในอนาคต
ไขกระดูก กระแสโลหิตและเลือดจากรกและจากสายสะดือเป็นแหล่งหลักๆ ที่พบเซลล์ต้นกำเนิด ในปัจจุบัน การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดแดงนั้น แพทย์นิยมแยกเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากเลือดรกและสายสะดือมากกว่า มีการนำเทคนิคการปลูกถ่ายไขกระดูกไปใช้อย่างแพร่หลาย แต่มีข้อเสียสำคัญๆ หลายประการ ซึ่งรวมถึงเรื่องที่ไม่มีไขกระดูกที่จับคู่กันได้ ผู้บริจาคไขกระดูกต้องเข้ารับการผ่าตัด และอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เรียกว่า Graft-Versus-Host Disease (GVHD) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เพราะเหตุนี้ การปลูกถ่ายเลือดจากรกและจากสายสะดือจึงมีดีกว่าการปลูกถ่ายไขกระดูก และทั่วโลกมีการใช้
สเต็มเซลล์ชนิดนี้ในการปลูกถ่ายมากขึ้น
- สเต็มเซลล์สายสะดือคืออะไร
- สเต็มเซลล์จากสายสะดือเป็นอีกชนิหนึ่งของสเต็มเซลล์ ซึ่งเก็บจากส่วนของสายสะดือ ( Umbilical cord ) โดยตรง ที่เรียกว่า Wharton’s jelly ซึ่งจะผ่านการสกัดโดยเทคนิคชั้นสูงและเก็บแช่แข็งไว้ เมื่อต้องการใช้ในอนาคตก็สามารถนำไปใช้ได้ ไม่ต่างจากการรับเลือดกรุ๊ปโอ ที่ร่างกายผู้รับไม่ต่อต้าน ข้อมูลวิจัยต่างจากประเทศพบว่า มีเซ็นไคมอล สเต็มเซลล์ ช่วยลดการต่อต้านของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ให้กับผู้รับอีกทั้งยังไม่จำเป็นต้องตรวจการเข้ากันได้ของรหัสเนื้อเยื่อเม็ดเลือดขาว และสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างมากมาย เพื่อใช้ในการรักษาโรคต่างๆ
- อะไรคือประโยชน์ของของสเต็มเซลล์จากสายสะดือ (MSC)
- สเต็มเซลล์จากสายสะดือถูกเรียกว่า มีเซนไคมอล สเต็มเซลล์ (Mesenchymal stem cell) ซึ่งจะเจริญเติบโตกลายเป็นเซลล์ของอวัยวะต่างๆ อาทิเช่น เซลล์ไขมัน เซลล์กระดูก เซลล์กระดูกอ่อน เซลล์ไขมัน เซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ประสาท เซลล์ตับ เซลล์ตับอ่อนชนิด เบต้า เป็นต้น ดังนั้นถือว่าเป็นทางเลือกการรักษาหนึ่งที่เป็นการเพิ่มโอกาสในการรักษาที่จะช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ และเนื้อเยื่อใหม่ รวมถึง โรคพาร์กินสัน อาการกระดูกสันหลังได้รับบาดเจ็บ อาการชัก แผลที่เกิดจากไฟไหม้ โรคหัวใจ เบาหวานชนิดที่ 1 โรคข้ออักเสบและบวม โรคกล้ามเนื้ออักเสบ และโรคเกี่ยวกับตับ เป็นต้น
- ทำไมถึงควรเก็บเลือดจากสายสะดือ เพื่อลูกน้อย
- มากกว่า70 โรคที่สามารถรักษาได้ โดยการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือ การเก็บสเต็มเซลล์ของลูกน้อยไว้ตั้งแต่แรกเกิด ทำให้สเต็มเซลล์อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้ได้ทันที เมื่อต้องการใช้ และในขณะนี้มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่กล่าวว่ามีการใช้สเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเก็บสเต็มเซลล์ถือเป็นทางเลือกที่เป็นการเตรียมพร้อมในอนาคต เนื่องจากเราไม่สามารถทราบเหตุการณ์ในอนาคตได้ แต่สิ่งที่เราทราบได้ในปัจจุบันนี้คือ การเก็บสเต็มเซลล์ในสายสะดือเป็นเพียงโอกาสเดียว เมื่อคุณคลอดลูกน้อยเท่านั้น
การเก็บสเต็มเซลล์จากเลือดในสายสะดือมีความเสี่ยงต่อแม่ และ ลูกน้อยหรือไม่
กระบวนการเก็บเลือดจากสะดือเป็นกระบวนที่ง่าย ปลอดภัย ไม่เกี่ยวข้องกับการคลอดบุตรเลย อีกทั้งไม่มีความเจ็บปวดแต่อย่างใด ทั้งต่อ แม่ และ ลูกน้อย. ทั้งนี้ทุกขั้นตอนการจัดเก็บ จะทำการโดยแพทย์ที่คลอดบุตร ซึ่งสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่มีเหตุการณืที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- สามารถเก็บเลือดจากสะดือได้หรือไม่ ถ้าคลอดด้วยวิธีการผ่า
- ได้อย่างแน่นอน. การเก็บเลือดจากสายสะดือสำหรับการคลอดด้วยวิธีการผ่า ไม่มีความแตกต่างแต่อย่างใดกับวิธีการเก็บจากการคลอดแบบธรรมชาติ โดยทางบริษัท ไทยเฮลธ์เบบี้ จะจัดเตรียมชุดอุปกรณ์การเก็บที่ปราศจากเชื้อให้กับแพทย์ผู้ทำการจัดเก็บ
จำเป็นหรือไม่ในการเก็บสเต็มเซลล์ชองลูกคนที่สอง ถ้ามีการเก็บของลูกคนแรกแล้ว
จำเป็น . ในพี่น้องสายตรงโอกาสการเข้ากันได้ของรหัสพันธุกรรมเม็ดเลือดขาวคือ 1 ใน 4 ดังนั้นถ้ามีโอกาสในการเก็บของคนที่สองก็ควรจะเก็บไว้เป็นของตัวเค้าเอง.
- หลังจากเก็บสเต็มเซลล์ของบุตรคนแรกแล้ว จำเป็นต้องเก็บสเต็มเซลล์ของบุตรคนที่สองหรือไม่
- จำเป็น แม้ว่าการจับคู่ HLAในหมู่พี่น้องจะมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงกว่าผู้ที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดมาก แต่ก็ยังมีโอกาสสูงมากที่การจับคู่ HLA จะล้มเหลว ดังนั้น จึงเป็นการดีกว่าที่จะเก็บสเต็มเซลล์ไว้เป็นของเด็กแต่ละคนเองในกรณีที่จำเป็นต้องใช้ในการปลูกถ่าย แต่สำหรับ การเก็บสเต็มเซลล์จากสายสะดือที่เรียกว่า Mesenchymal Stemcell. นั้น เก็บเพียงลูกคนเดียวก็ถือว่าเพียงพอ เนื่องจากสเต็มเซลล์ชนิดนี้ไม่จำเป็นต้องตรวจการเข้ากันได้ของรหัสเนื้อเยื่อเม็ดเลือดขาว และสามารถเพิ่มจำนวนได้อย่างมากมาย เพื่อใช้ในการรักษาโรคต่างๆ
- จำเป็นต้องเก็บสเต็มเซลล์ของเด็กฝาแฝดทั้งสองคนหรือไม่
- ฝาแฝดสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลักๆ คือ ฝาแฝดแท้ เกิดจากไข่ใบเดียวแยกออกเป็นสองคน และฝาแฝดเทียมซึ่งเกิดจากไข่สองใบที่ได้รับการปฏิสนธิในเวลาเดียวกัน สำหรับฝาแฝดแท้นั้น เลือดจากรกของพวกเขาสามารถนำมาเก็บรักษารวมกันได้ เพราะพวกเขามีพันธุกรรมเหมือนกัน แต่เลือดจากรกของฝาแฝดเทียมต้องแยกกันเก็บ เนื่องจากมีรหัสเนื้อเยื่อเม็ดเลือดขาว ที่ต่างกัน. โดยทางบริษัทไทยเฮลธ์ เบบี้ จะมีราคาพิเศษไว้ให้สำหรับกรณีนี้
- ถ้าทารกมีปัญหาทางพันธุกรรม เลือดจากสายสะดือของเด็กเองยังสามารถใช้ได้ในอนาคตหรือไม่
- ณ ปัจจุบันนี้ สเต็มเซลล์สามารถนำไปใช้รักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว เนื้องอกในต่อมน้ำเหลืองและความผิดปรกติเกี่ยวกับเลือดอื่นๆ ได้ ซึ่งไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม ดังนั้นความผิดปกติทางพันธุกรรมไม่มีผลต่อโรคอื่นๆ ที่จะใช้สเต็มเซลล์ในการรักษา และในอนาคตอาจมีการคิดค้นใหม่เกี่ยวกับการใช้เซลล์ต้นกำเนิดจากเลือดรก เช่น การบำบัดรักษาเซลล์ การสร้างเนื้อเยื่อ และเวชศาสตร์ฟื้นฟูเนื้อเยื่อหรืออวัยวะที่ถูกทำลาย ดังนั้นการเก็บเลือดจากรกอันมีค่านี้ไว้ก็ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
- อะไรจะส่งผลกระทบต่อปริมาณสเต็มเซลล์ที่จะจัดเก็บได้บ้าง
- ปริมาณสเต็มเซลล์ที่จะจัดเก็บนั้น ขึ้นอยู่กับความยาวและความหนาของสายสะดือ น้ำหนักของรกและตัวทารกเอง อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีการทำคลอดอีกด้วย และเทคนิคการเก็บรวบรวมก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญเช่นกัน บริษัทไทยเฮลธ์เบบี้ได้มีทีมพยาบาลซึ่งได้รับการฝึกฝนอย่างชำนาญในการช่วยแพทย์ในการจัดเก็บ
- หากเลือดจากสายสะดือมีปริมาณไม่เพียงพอ(น้อยกว่า 40 กรัม) เรายังจะสามารถเก็บเลือดจากสายสะดือนี้ไว้ในธนาคารได้หรือไม่
- เราสามารถเก็บเลือดจากรกได้แม้ว่าจะมีปริมาณไม่เพียงพอ เนื่องจากยังมีปัจจัยอื่นที่มีความสำคัญต่อการจัดเก็บ เช่น จำนวนเซลล์ที่มีนิวเคลียส เปอร์เซนต์ของ CD 34+ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ของเซลล์ที่เป็นสเต็มเซลล์. และในปัจจุมีรายงานสรุปออกมาว่าสามารถทำการปลูกถ่ายได้สำเร็จโดยใช้สเต็มเซลล์มากกว่าหนึ่งถุง ซึ่งทางบริษัทไทยเฮลธ์เบบี้เป็นเพียงบริษัทเดียวที่มี พับบลิคแบงค์เป็นของตัวเอง ที่จะสามารถจัดหาสเต็มเซลล์มาเพิ่มให้ได้ในเวลาอันรวดเร็ว เนื่องจากไม่ต้องรอจากแหล่งบริจาคอื่น โดยหากมีสเต็มเซลล์อย่างน้อยหนึ่งตัวอย่างมาจากคนไข้เอง และรับเพิ่มจากพับบลิคแบงค์ของเรา ก็ลดความกังวลในเรื่องของการต่อต้านการเข้ากันของอวัยวะ ( GVHD) ลงได้อย่างมาก นอกจากนี้การนำเซลล์ของผู้ป่วยออกมาเพาะเลี้ยงนอกร่างกาย กำลังเข้าสู่ระยะสุดท้ายของการวิจัย เมื่อเทคนิคนี้ได้รับการพัฒนาจนสำเร็จแล้ว ปัญหาเรื่องสเต็มเซลล์ไม่พอก็จะหมดไป
Thai HealthBaby FAQs
- มีความเสี่ยงกับตัวเองหรือลูกหรือไม่?
- กระบวนการการเก็บเลือดในสายสะดือ เรียบง่าย ปลดภัย และ ไม่มีผลกระทบต่อการคลอดบุตร การเก็บยังไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ต่อแม่และลูก ยิ่งไปกว่านั้นแพทย์จะเป็นผู้ต้ดสินใจว่าการเก็บเลือดในสายสะดือนั้นปลอดภัยสำหรับคุณหรือไม่
- สามารถเก็บเลือดในสารสะดือไว้ได้นานเท่าไหร่?
- จากการศึกษาโดยคุณ Hal E. Broxmeyer (PNAS, 2003), เลือดในสายสะดือที่เก็บในรูปแบบของเหลวที่แช่ในไนโตรเจนเหลว(LN2) โดยไม่ถูกรบกวน สามารถรักษาคุณสมบัติการรักษาโรคได้มากกว่า 20 ปี ไทยเฮลธเบบี้ ใช้เทคโนโลยี BioArchive System® ในการแช่แข็งและเก็บหลอดเลือดที่ได้จากสายสะดือ ซึ่ง BioArchive System® นั้นควบคุมโดยคอมพิวเตอร์ทั้งหมดซึ่งทำการควบคุมสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขต่างๆ ในระบบให้เหมือนกับตอนทำการศึกษา อย่างไรก็ตามการศึกษาอายุของกระบวนการเก็บเลือดจากสายสะดือที่นานกว่า 10-20 ปีมีน้อยมากเนื่องจาก การใช้สเต็มเซลล์ ในการรักษายังพึ่งจะมีมาได้ไม่นาน, จากการศึกษาของ Albert D. Donnerberg กล่าวว่าวันหมดอายุอย่างแน่นอนของการเก็บรักษาโดยไนโตรเจนเหลวไม่สามารถกำหนดได้ และยังไม่มีการศึกษาโดยใช้ไนโตรเจนในรูปแบบก๊าซ
- มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่เราจะได้ใช้เลือดจากสายสะดือที่เก็บไว้?
- จากการรายงานพบว่ามีความน่าจะเป็นของความต้องการการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ประมาณ 1 ใน 200 ตลอดอายุขัย ขณะที่เลือดจากสายสะดือไม่ใช่ต้นกำเนิดของสเต็มเซลล์ที่ใช้ปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ทั้งหมด ไม่กี่ปีมานี้มีการปลูกถ่ายโดยใช้เลือดจากสายสะดือกว่าพันครั้งและมีการคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ
- เมื่อไหร่จึงควรเข้าใช้บริการกับ ไทยเฮลธเบบี้?
- เนื่องจากมากกว่าครึ่งของการในกำเนิดเป็นการคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการจึงเป็นการดีที่จะตัดสินใจแต่เนิ่นๆ เราแนะนำว่าควรตัดสินใจก่อนวันกำหนดคลอดอย่างน้อย 1 เดือน อย่างไรก็ตามยังไม่สายหากคุณตัดสินใจก่อนวันคลอด
- จะเริ่มต้นอย่างไรหากต้องการเก็บเลือดจากสายสะดือกับไทยเฮลธเบบี้?
- ติดต่อเราวันนี้ที่ 081-142-6665 เราจะทำการส่งผู้เชี่ยวชาญไปพบคุณ เพื่อทำความเข้าใจและให้ข้อมูลเพิ่มเต็มเกี่ยวกับระบบการจัดเก็บ
- มีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ในการฝากเลือดจากสายสะดือกับธนาคารฝากเลือดจากสายสะดือ?
- เรามีข้อเสนอหลายรูปแบบสำหรับท่านผู้ปกครอง โดยราคาเริ่มต้นที่ 25,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย อุปกรณ์การจัดเก็บจากไทยเฮลธเบบี้ และ กระบวนการจัดเก็บ นอกจากนี้เป็นค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับวิธีการจัดเก็บที่คุณเลือก เราแนะนำให้คุณติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญเพื่อข้อมูลเพิ่มเติมที่ info@thaihealthbaby.com/ 081-142-6665
- จะเป็นอย่างไรหากการจัดเก็บเลือดจากสายสะดือไม่สามารถทำได้เนื่องด้วยเหตุผลทางการแพทย์?
- ก่อนทำการจัดเก็บเลือดจากการสายสะดือนั้นจะได้รับการปรึกษาและตัดสินใจจากแพทย์ก่อนการจัดเก็บ ดังนั้นเราให้การอำนาจการตัดสินใจต่างๆกับแพทย์ ถ้าหากแพทย์วินิจฉัยว่าไม่ปลอดภัยในการเริ่มต้นกระบวนการจัดเก็บกับเรา ทางเรายินดีคืนเงินเต็มจำนวนตามที่ลูกค้าได้ทำการชำระเข้ามา
- ทำไมไทยเฮลธเบบี้จึงเลือกที่จะจัดเก็บเลือดจากสายสะดือด้วยไนโตรเจนเหลวแทนที่ไนโตรเจนรูปแบบก๊าซ?
- หนึ่งในคำถามที่ถูกถามบ่อยคือ “เซลล์ของฉันสามารถเก็บไว้ได้นานแค่ไหน” อุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เก็บไว้ได้นานและยังตงคุณสมบัติเดิมอยู่ การศึกษาเกี่ยวกับการเก็บรักษาในระยะยาวแทบทั้งหมดใช้ไนโตรเจนเหลว แทบจะไม่มีการศึกษาที่ใช้ไนโตรเจนในรูปแบบก๊าซเพื่อกระเก็บรักษาระยะยาวเลย ดังนั้นไนโตรเจนเหลวจึงถูกนำมาใช้และรับประกันว่าไนโตรเจนเหลวจะรักษาอุณหภูมิสเต็มเซลล์ของคุณไว้อย่างเหมาะสม และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ธนาคารสเต็มเซลลชั้นนำทั้วโลกเลือกใช้ไนโตรเจนเหลว
- ไทยเฮลธเบบี้ ทำการทดสอบอะไรบ้าง?
- เรามีการทดสอบเลือดจากคุณแม่เพื่อตรวจสอบ 9 โรคติดต่อ และยังทำการทดสอบความบริสุทธิและจำนวนเซลล์ที่ได้เลือดจากสายสะดือที่เก็บรักษา ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการนำไปใช้ปลูกถ่ายในอนาคต
- มีค่าใช้จ่ายหรือไม่หากต้องการนำเลือดออกมาปลูกถ่าย?
- ไม่มีค่าใช้จ่ายจากทางไทยเฮลธเบบี้ ไม่มีค่าขนส่งหากสเต็มเซลล์จะถูกนำมาใช้ในประเทศไทย แต่หากต้องการนำไปใช้ในประเทศอื่นจะมีค่าใช้จ่ายคือ ค่าตั๋วเครื่องบินจากที่เก็บรักษาไปยังที่ปลายทาง พนักงานของเราจะทำไปส่งยังสถานที่ปลายทางด้วยระบบแช่เย็น
- ไทยเฮลธเบบี้ทำการวิจัยหรือไม่?
- ไทยเฮลธเบบี้ มีบริษัทแม่คือ HealthBanks Biotech ซึ่งทำการวิจัยด้วยตัวเองและยังทำการวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยที่ได้รับรองมาตราฐาน โรงพยาบาล และ ศูนย์วิจัยต่างๆ เช่น เราทำงานร่วมกับ
UCLA: เรื่อง “Differentiation of stem-cell for neural cell induction for use in development of future therapies to treat disorders of the nervous system and brain including, Parkinson’s Disease, ALS, Strokes, and spinal cord injuries”
มหาวิทยาลัย Johns Hopskins: ทำวิจัยเพื่อพัฒนาวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
Cell Stem Biotech Inc., USA: ทำวิจัยเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีการขยายตัวของเลือดจากสายสะดือ เพื่อใช้ในการแพทย์
- บริษัทของคุณมั่นคงหรือไม่?
- แน่นอน บริษัทไทยเฮลธเบบี้ มีบริษัทแม่คือ HealthBanks Biotech ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทเภสัชกรรมที่มีอายุกว่า 20 ปี และเป็นผู้นำด้านการจัดเก็บเลือดจากสายสะดือมากว่าทศวรรษ HealthBanks Biotech เป็นบริษัทเอกชนที่ทำกำไรและมีสำนักงานในหลายประเทศ ไทยเฮลธเบบี้ พร้อมกับ HealthBanks Biotech มีความภูมิใจที่เป็นหนึ่งในบริษัทวิจัยและพัฒนาสเต็มเซลล์ ที่มีเสถียรภาพทางการเงินอย่างมาก