


ระบบการจัดเก็บด้วยคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ (BioArchive system)
ในระบบการจัดเก็บด้วยคอมพิวเตอร์อัตโนมัตินั้น จะมีแท่งสเตนเลสตีลทั้งสองด้านภายในถังไนโตรเจนเหลว ซึ่งถูกควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ทั้งหมด ระบบบาร์โค๊ดที่ถูกออกแบบพิเศษเพื่อบ่อบอกตำแหน่งของสเต็มเซลล์แต่ละรายอย่างจำเพาะ ด้วยเหตุนี้เองที่ทุกขั้นตอนนั้นถูกควบคุมโดยระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมด จึงลดกระบวนการที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดที่จากมนุษย์ได้
ขณะที่เลือดสเต็มเซลล์กำลังถูกจัดเก็บนั้น จะถูกตั้งโปรแกรมให้อุณหภูมิค่อยๆ ลดลง ๒ องศาเซลเซียสต่อนาที และหลังจากที่ถูกจัดวางในตำแหน่งช่องจัดเก็บแล้ว อุณหภูมิจะลดต่ำลงอยู่ที่ –๕๐ องศาเซลเซียส และลดต่ำลงไปที่ –๑๙๖ องศาเซลเซียสอย่างคงที่ในไนโตรเจนเหลว ซึ่งข้อมูลอุณหภูมิและตำแหน่งการจัดเก็บจะถูกเก็บรวบรวมและบันทึกอย่างถูกต้องทั้งหมดโดยระบบคอมพิวเตอร์
การจัดเก็บและนำสเต็มเซลล์ออกไปใช้นั้น จะทำงานโดยการใช้การสแกนแบบอัตโนมัติ หลังจากทำการสแกนด้วยบาร์โค๊ดแล้ว คอมพิวเตอร์จะติดตามผลและสั่งงาน โดยใช้เพอริสโคปและตัวอ่านบาร์โค๊ดเพื่อจะไปยังตำแหน่งของการจัดเก็บตามที่ต้องการ
ระบบการจัดเก็บแบบใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้นหลายครั้ง เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของวิธีการจัดเก็บแบบดั้งเดิม ซึ่งวิธีการจัดเก็บนั้นค่อนข้างจะมีความแตกต่าง หากเป็นถังเก็บแบบดั้งเดิมนั้น การนำเข้าและนำสเต็มเซลล์ออกไปใช้นั้นจะใช้แรงงานคนในการเปิดฝาถัง ซึ่งเป็นการก่อให้เกิด TWE หรือสภาวการณ์ที่มีผลทำให้อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น มีผลกระทบต่อสเต็มเซลล์ ทำให้ความมีชีวิตอยู่ของสเต็มเซลล์ลดต่ำลง
รูปภาพ การนำสเต็มเซลล์ออกมาใช้โดยระบบการจัดเก็บแบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติ และระบบการจัดเก็บแบบดั้งเดิม

ธนาคารสเต็มเซลล์ของนิวยอร์ค (NYBC) ร่วมมือกับบริษัทเทอร์โมจินิสิสของอเมริกา ทำการพัฒนาระบบการจัดเก็บแบบใหม่ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์อัตโนมัติเพื่อทำการจัดเก็บสเต็มเซลล์โดยเฉพาะ ดังที่รู้จักกันในชื่อ ระบบไบโออาร์ไคร์พ (BioArchive system) หลังจากที่มีการใช้งานตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 จนมีการสรุปงานวิจัยในปี ค.ศ.2007 มีหลักฐานยืนยันแล้วว่าระบบการจัดเก็บแบบใหม่นั้นช่วยกำจัดสภาวการณ์ที่ทำให้เกิดอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น (TWE) ทำให้รักษาสภาพเซลล์หรือความมีชีวิตอยู่ของสเต็มเซลล์ได้ดี และยังเพิ่มอัตราการรอดชีวิต (แตกต่างกันถึง ๑๐%) ของผู้ป่วยหลังการปลูกถ่ายอย่างมีนัยสำคัญ